24 สิงหาคม 2553

ค่าจ้างตามฝีมือแรงงาน



ข่าวการเมือง หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- อังคารที่ 24 สิงหาคม 2553 00:00:44 น.

เมื่อวันที่ 23 ส.ค. นายสุนันท์ โพธิ์ทอง ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักเศรษฐกิจแรงงาน กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้คณะอนุกรรมการโครงสร้างค่าจ้างภาคเอกชนได้จัดทำร่างอัตราค่าจ้างตาม ระดับมาตรฐานฝีมือแรงงานใน 6 กลุ่มสาขาอาชีพ รวมทั้งหมด 30 อาชีพ โดยขณะนี้จัดทำรายละเอียดมาตรฐานฝีมือแรงงานเสร็จไปแล้ว 3 กลุ่มสาขาอาชีพ ประกอบด้วย 1.กลุ่มสาขาอาชีพบริการ 2.กลุ่มอาชีพสาขาช่างกล และ 3.กลุ่มอาชีพช่างไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ อยู่ระหว่างการทำประชาพิจารณ์ 4 ภาค ซึ่งคาดว่าจะนำเสนอมาตรฐานฝีมือแรงงานดังกล่าวเข้าที่ประชุมคณะกรรมการค่า จ้างกลางได้ภายในเดือนกันยายนและประกาศบังคับใช้ในเดือนตุลาคม 2553
โดยอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือแรงงานแบ่งออกเป็น 3 ระดับในแต่ละกลุ่มอาชีพ ประกอบด้วย ช่างซ่อมไมโครคอมพิวเตอร์, ช่างไฟฟ้าภายในอาคาร, ช่างไฟฟ้าอุตสาหกรรม, ช่างเครื่องปรับอากาศ และช่างอิเล็กทรอนิกส์ (โทรทัศน์) หากได้ใบรับรองฝีมือระดับ 1 จะได้ค่าแรงวันละ 300 บาท ระดับ 2 ค่าจ้างวันละ 400 และระดับ 3 วันละ 500 บาท โดยสาขาอาชีพช่างเครื่องกล ช่างสีรถยนต์ ระดับ 1 ได้ 315 บาท/วัน ระดับ 2 ได้ 380 บาท/วัน ระดับ 3.ได้ 445 บาท/วัน ช่างเคาะตัวถังรถยนต์ ระดับ 1 335 บาท/วัน ระดับ 2 ได้ 420 บาท/วัน ระดับ 3 ได้ 505 บาท/วัน ส่วนช่างซ่อมรถยนต์ ระดับ 1 ได้ 270บาท/วัน ระดับ 2 ได้ 330 บาท/วัน และระดับ 3 ได้ 390 บาท/วัน ส่วนกลุ่มสาขาอาชีพบริการ อาชีพผู้ประกอบอาหารไทย (กุ๊ก) ระดับ 1 ได้ 280 บาท/วัน ระดับ 2 ได้ 360 บาท/วัน ส่วนระดับ 3 ยังไม่สรุป อาชีพพนักงานนวดไทยระดับ 1 ได้ 310 บาท ระดับ 2 ได้ 410 บาท/วัน ระดับ 3 ได้ 510 บาท/วัน และอาชีพนักส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวมสปาตะวันตก (หัตถบำบัด) ระดับ 1 ได้ 350 บาท/วัน ระดับ 2 ได้ 460 บาท/วัน ส่วนระดับ 3 ยังไม่สรุป
สำหรับกลุ่มสาขาอาชีพที่เหลืออีก 3 กลุ่มคือ กลุ่มอาชีพช่างอุตสาหการ กลุ่มอาชีพช่างอุตสาหกรรมศิลป์ และกลุ่มสาขาช่างก่อสร้าง กำลังอยู่ระหว่างการจัดทำร่างอัตราค่าจ้างตามระดับมาตรฐานฝีมือแรงงานและจะ เร่งทำประชาพิจารณ์ให้ทันเดือนพฤศจิกายน 2553 ทั้งนี้อัตราดังกล่าวเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกับตัวเลขที่บริษัทนายจ้างจ่าย ค่าแรงในตลาด แต่เมื่อประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้จะทำให้ทุกสถานประกอบการต้องปฏิบัติตาม ทั้งหมด เป็นการคุ้มครองแรงงานที่มีฝีมือให้ได้รับค่าจ้างที่เป็นธรรม ไม่ใช่ได้แค่ค่าแรงขั้นต่ำซึ่งเป็นค่าจ้างสำหรับแรงงานไร้ฝีมือ ประโยชน์อีกอย่างคืออีก 5 ปีจะเปิดเสรีแรงงานในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน แรงงานที่มีใบรับรองมาตรฐานฝีมือก็สามารถโยกย้ายไปทำงานในต่างประเทศและได้ รับค่าแรงสูงขึ้น
นายสุนันท์ย้ำว่า อัตราค่าจ้างดังกล่าวไม่เกี่ยวกับค่าแรงขั้นต่ำเพราะมุ่งใช้กับแรงงานมี ฝีมือ แต่ค่าแรงขั้นต่ำใช้กับแรงงานไร้ฝีมือเป็นหลัก ซึ่งจากนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่ต้องการให้เพิ่มค่าแรงขั้นต่ำเป็น 250 บาท/วัน ภายในเดือนเมษายน 2554 ในส่วนนี้ทางสำนักเศรษฐกิจแรงงานเตรียมนัดหารือกับคณะกรรมการค่าจ้างฝ่าย ราชการ ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงการคลังและกระทรวงพาณิชย์ เพื่อกำหนดท่าทีต่อการขึ้นค่าจ้างตามนโยบายดังกล่าว ก่อนหารือกับสำนักเศรษฐกิจการคลัง เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเรื่องการขึ้นค่าจ้างเป็น 250 บาท/วันต่อไป

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น